Showing posts with label Sakul Intakul. Show all posts
Showing posts with label Sakul Intakul. Show all posts

Monday, 4 May 2015

ชาเขียว


จงอยู่ใกล้ ๆ คนที่เก่งกว่าเรา  แล้วเราจะเก่งตาม
.....
หลังออกจากงาน ตอนนั้นก็เคว้งคว้าง ว่าต่อแต่นี้
เราจะไปพบเจอคนที่เก่งกว่าจากที่ไหน
ขอบคุณฟ้าดิน ขอบคุณจักรวาล ที่ส่งคนเก่งกว่ามาให้
ในทุก ๆ ศาสตร์ และศิลป์  อย่างที่ชอบ เข้าทางไปทุกอย่าง
...
วันนั้น หลังจากกินข้าวแช่  ข้าวเหนียวมะม่วง
ที่อภินันทนาการ จากคุณพี่นุ เพื่อนครูใหญ่ (ขอบพระคุณค่ะ)
ครูใหญ่ก็มาทำพิธีชงชาเขียวให้ดื่ม
ครูใหญ่บอกว่า ไม่ได้เรียนมาหรอกนะ แต่ก็จะทำให้กิน
....
ขอบคุณทุกครั้งในการพูดคุย  ที่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ
ได้ซาบซึ้ง ได้ทึ่ง กับแนวคิด  ความฝัน แรงบันดาลใจ
และความเป็นผู้ดี
...
ครูใหญ่ถามว่า เป็นไงบ้าง หลังเราดื่มชาเขียว
ถึงชาเขียวมันจะอุ่นน้อยลง เพราะเรามัวแต่สอน
แต่ตอนดื่มเราก็รู้สึก อบอุ่น  หอมชาเขียว
การได้ดื่มกินจากคนที่เราชื่นชม รักใคร่ ศรัทธา
และมีเมตตาให้เราเสมอ...ยังไงมันก็อบอุ่น

แด่ความเชื่อมั่น ศรัทธา ที่นำทาง ให้เรายึดเกาะ

กรรไกรนกกระเรียนทองคำ





กรรไกรนกกระเรียนทองคำ
ครูใหญ่ซื้อมาฝากจากร้านเก่าแก่ 100 ปีที่ญี่ปุ่น
งานเขาเนี้ยบกริ๊บ ตัดอย่างนุ่ม ให้ความรู้สึกขลัง

ขอบคุณครูใหญ่ไป คุณเขาว่า หว่านพืชก็ต้องหวังผล
ค่ะ...ก็ยืดอายุทาสในเรือนเบื้ยกันต่อไป
— with Sakul Intakul.

Phan Dok Mai / Floral Embroidry workshop




เวลาเอางานไปให้ครูใหญ่ดู คุณเขามักจะพูดว่า
.”คุณทำอะไรของคุณ”  นั่นคือคำชม....ใช่เหรอ
คนที่เราทำงานด้วย  ส่วนใหญ่ ไม่เคยมีใครเอ่ยชมงาน
ก็มีแต่นักเรียน ก็คอยตื่นเต้น กรี๊ดกร๊าด วี๊ดว๊าย ให้กำลังใจครู

คนที่ทำงานด้วย มักมีท่าทีเฉย ๆ เหมือนเราทำงานมาก็งั้น ๆ
ทำมาก็ดีแล้ว ทำต่อไป...อย่างกับว่า อย่าไปชมเดี๋ยวมันจะเหลิง เสียคน
แต่เราก็รู้ดีว่า คนที่เราทำงานด้วย ก็ชื่นชมเราอยู่ลึก ๆ
(เข้าข้างตัวเองที่สุด)
ไม่งั้นก็คงไม่ได้ทำงานกันมาเรื่อย ๆ ... ใช่ไหมคะ ๆ

ถึงครูใหญ่เขาจะไม่เคยชมงานเราต่อหน้าจริงจังอะไร
ให้ดู บางทีก็ทำหน้าเบื่อ  หรือบางทีก็บอก ไม่ดูได้ไหม....เฮ้อ
แต่เวลามีใครมาถามว่า  ไปรู้จักครูอ๋ายได้ไง  คุณเขาจะบอกว่า
ก็ชอบงานเขา  หรือเวลาแนะนำให้รู้จักใคร  คุณเขาก็จะต่อท้ายว่า
ชีปักผ้าสวยมาก...คริ คริ
และเวลาขายคอร์สได้คนเรียนเยอะ  คุณเขาถึงจะเอ่ยชมว่า
ฉันภูมิใจในตัวคุณจริง ๆ
การที่จะได้รับคำชมจากครูใหญ่จึงต้องใช้พลังงานมาก

ทำไงดีล่ะ  อยากจะได้คำชมจากคุณเขาอีก

ชวนนะคะ  ปักผ้าอีกบรรยากาศ  แบบไทย ๆ
งานที่คุมธีมด้วย วัฒนธรรมดอกไม้ไทย  ชิ้นที่ 7 นี้
หยิบเอาพานพุ่มมาประยุกต์ให้ออกแนว graphic

วันเสาร์ที่ 16  พ.ค. 2558 / 10.00-18.00
ที่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ / สามเสน 28
สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 02- 669- 3633 

:ขอบพระคุณแรงบันดาลใจจากหนังสือ Dok Mai Thai/Sakul Intakul

Thai floral Embroidery / inspire from Phan dokmai

Tuesday, 7 April 2015

Floral Embroidery 6 ปลาตะเพียนแขวน / 28Mar2015





"จงรัก,เพราะเมื่อคุณให้ความรัก

คุณกำลังใช้พลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล"


"Love,because when you love

you are using the greatest power in the universe"


: Rhonda Byrne / The Secret

...


เมื่อวานปักผ้าจนตาล้า แต่ปักผ้าเสร็จก็ยังคัน

อยากวาดรูปดอก Camellia อีก

เมื่อรักที่จะทำ เราก็ตามใจความรัก ความรักแยกตัวเป็นเอกเทศ

เป็นตัวเอง และไม่เกี่ยวกับร่างกาย...ก็ได้นะ นาน ๆ ที


ปลาตะเพียนน้อยของคุณปู

ส่งมาเมื่อวานนู้น อย่างเคย นักเรียนเนื้อเต้น

เห่องานตัวเอง ปักเสร็จปุ๊บ

ก็อยากจะอวดครูปั๊บ ไม่ซัก ไม่รีด ไม่รอแสง

ครูก็เห่อไม่แพ้กัน ครูก็รักงานนักเรียนเสมอเหมือน

แต่เราจะไม่ตามใจความรักบ้า

บอกให้นางไปจัดการให้เรียบร้อยก่อน

เพื่อให้สิ่งที่เรารัก...ความรักของเรางดงามขึ้น


บางเหตุการณ์ก่อนหน้า เราอาจไม่รู้ว่าคืออะไร ทำไม ไม่เข้าใจ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป บางทีเราก็นึกขอบคุณมัน ที่เป็นแบบนั้น


คุณปูเห็นข้าเจ้าตั้งแต่ตอนออกรายการบ้านพระรามสี่

แล้วอยากมาเรียนด้วยทันที แต่จังหวะยังไม่ได้ ไม่มี

นี่อาจเป็นเวลาดีที่สุด ที่นำเรามาพบกันในจังหวะคล้องจอง


ต้นแบบที่ทำไว้ เป็น White & Blue แต่คุณปูเลือที่จะปักสีสัน

เมื่อมาเจอแสงเช้า สีสันก็สดใส ลาย Stitch ก็ขึ้นงาม


ข้าเจ้าเป็นคนคาดหวังสูง อยากให้นักเรียนที่มาเรียนปัก

ปักผ้าครั้งแรกก็สวยเลย ซึ่งส่วนมากก็เป็นแบบนั้น

ข้าเจ้าสอนด้วยความรัก ใช้พลังงานที่ยิ่งใหญ่ (ตามที่คุณเขาว่า)


หลายคนแปลกใจในฝีมือตัวเอง

คงเพราะมีความรักของคนที่รักจะปัก

และความรักของคนนำทางเป็นแรงผลัก














ที่จริงคลาสนี้บอกครูใหญ่ไปแล้วว่าขอไม่สอน
เพราะสอนติด ๆ กัน เกรงนักเรียนจะน้อย
แรกครูใหญ่ก็เอออวย แต่อีกวันต่อมา คุณเขาเปลี่ยนใจ
อยากให้รักษาคลาสวันหยุดไว้ ข้าเจ้าจึงต้องเร่งขึ้น ปลาตะเพียนน้อยด่วน
วันนี้เพิ่งมาเห็นว่า ปลาน้อยของข้าเจ้าพิการ หางหายไปข้างหนึ่ง
เมื่อมาเทียบกับของนักเรียน...ว๊ายยย มิรู้ตัว

คุณปูที่มาเรียนปักผ้า ยังไม่ทันจะได้พบกัน
คุณเขาก็ลง 2 คลาสควบ ทั้งที่พิพิธภัณฑ์ฯ และ joyrukclub เดือนเมษา
ไฟแรงจริง ๆ หลังจากเล็งมานาน พอได้จังหวะ ก็แรงเลย
คุณปูพาคุณลูกมาด้วย น้องไข่หวานที่ชอบแมวมาก และคุณพ่อ นักเล่นกล้อง
หยิบกล้องหลายตัวมาถ่ายไปมา กล้องฟิล์มโน่นนี่...เป็นครอบครัวที่น่าเอ็นดูจริง ๆ

คุณเจี๊ยบ นี่ก็เล็งมานาน แต่ใจไม่ถึง เพราะเห็นธีมแต่ละลายแล้วกลัว
พอมาเห็นปลาตะเพียนน้อย คิดว่า พอไหว จึงไม่รอช้า
วันนี้คุณเจี๊ยบมีของมาฝากครูด้วย เป็นของแปลกอีกหนึ่งชิ้นที่ได้รับ
คือถุงเพาะเห็ด คุณเขาบอกให้เอาไปวางไว้ในห้องน้ำ...แล้วไงต่อนะ ลืม

วันนี้มีหนังสือ ประดิดประดอยมาสัมภาษณ์
เมื่อข้าเจ้ามีประสบการณ์การให้สัมภาษณ์มาอย่างช่ำชองแล้ว
ก็ถึงเวลาที่หนังสือ สายตรง มาขอสัมภาษณ์พอดี
จะได้มีลูกค้าสายตรงมาพบข้าเจ้า...ที่ข้าเจ้าคิดไว้นะ

ขอบพระคุณทุกสิ่งอัน ครูใหญ่ที่เคารพรัก คุณปู คุณเจี๊ยบ เสือ คิว
เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ หนังสือประดิดประดอย

นักเรียนมากบ้าง น้อยบ้าง ต่างก็เข้ามาเติมประสบการณ์การสอน
เรื่องราวต่าง ๆ ความรู้ มุมมองที่ได้แลกเปลี่ยนกัน ล้วนเป็นประโยชน์แก่ชีวิตทั้งสิ้น

Birds&Blooms no. 2 : 19Mar2015 "นกเขา กับดอกเบิร์ดออฟพาราไดซ์"










"นกเขา กับดอกเบิร์ดออฟพาราไดซ์"
สิ่งที่โปรดปราน ในการสอนปักผ้าคือการได้ทำความรู้จักนักเรียนที่มา
อยากรู้จริง ๆนะ ว่าแต่ละคนเป็นใคร ทำอะไร อายุเท่าไร และมาปักผ้าทำไม
และสิ่งที่พบได้เสมอคือ ผู้คนจะคล้าย ๆ กัน แนวคิดใกล้ ๆ กัน
ขอบคุณที่ออยมาสรุปด้วยคำง่าย ๆ ว่า เป็นประเภท ไม่ทุนนิยม/รักสิ่งแวดล้อม
ใช่ซินนะคนทุนนิยม ย่อมไม่ยอมเสียเวลามานั่งปักผ้าให้เปลืองเปล่า
สิ่งที่มีค่าของเขาคือเวลา แต่สิ่งที่มีค่าของเรา คือการดื่มด่ำกับสิ่งที่ทำ
ไม่ว่ามันจะกินเวลาแค่ไหน...เราต่างก็เดินทางไปสู่จุดหมายเดียวกัน
เวลาของเรามีค่าเท่ากัน ต่างกันตรงการใช้จ่าย เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ
ไม่มีใครผิดถูกหรอก ไม่ต้องตัดสิน เราต่างก็ดื่มกิน อร่อยคนละอย่าง
สำหรับเราผู้เดินทางอยู่ในระบบทุนนิยมมานาน ตอนนี้เหมือนได้กลับบ้านแล้

อรุณสวัสดิ์ หรือสาวจอย เดินทางมาจากเชียงคาน มาทำธุระที่เมืองหลวง
ก็เลยแวะเรียนปักผ้าไปด้วย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอเกิดยามรุ่งอรุณ
เรายังไม่เคยไปเชียงคาน เพราะไม่ชอบเมืองใหม่ใด ๆ ที่กำลังบูม
อยากจะถามความรู้สึกของคนพื้นที่มานานแล้วว่ารู้สึกอย่างไร
กับการโดนนายทุนคว้านซื้อบ้านริมน้ำแล้วทุบทิ้งสร้างเป็นโรงแรมใหม่
เพื่อรองรับคนไทยที่รักความสะดวกสบาย คนไทยที่ไปแล้วไม่ได้
อยากเสพของดั่งเดิม....แล้วจอยก็เล่า อย่างที่เรานึกออกว่าเขาจะบอกว่าอะไร
ก็ขอละไว้แต่เพียงนี้...ก่อนหน้านี้จอยทำงานที่ UN ทำเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์
เช่นการสนับสนุนศิลปินท้องถิ่น
เรื่องของจอย น่าสนใจ น่าฟัง แต่เราต้องฟังคนอื่นต่อ

สาวเก๋ เจ้าของบริษัทระบบบำบัดน้ำเสีย เก๋จบสิ่งแวดล้อมจากมหิดล
ทำงานประจำมาซักพัก แล้วก็มาเปิดบริษัทเอง เพื่อทำให้ได้อย่างใจ
เรื่องของเก๋ก็สนุกไม่แพ้กัน เก๋บอกว่าอยู่กับวิทยาศาสตร์มาก ๆ
ขอหันมาหาความเป็นแมนนวลบ้า
อย่างที่เก๋เล่า บางทีการแก้ปัญหาบางอย่าง
ก็ช่วยได้ด้วยการกลับไปอ่านหนังสือเรียนของประถม
บางทีการรู้อะไรมากไป ก็ทำให้หลงลืมวิธีง่าย ๆ ไปเสียสิ้น
เราบอกเก๋ไปว่า ดีนะได้ทำงานที่ได้ช่วยโลก ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
นอกจากได้เงินแล้ว ก็ยังได้ความสุข ความอิ่มใจ...แต่เก๋บอกว่า
ค่ะ ก็อยู่กับน้ำเน่าตลอดเวลา

สาวออย เป็นนักเรียนเก่า ที่ joyrukclub ตามมาเรียนปักผ้าที่นี่
เพราะอยากมาพิพิธภัณฑ์ฯ แล้วก็ดูนางฟินมากกับทุกอย่าง
เราชอบฟังออยคุยจริงๆ ได้อรรถรสที่สุด ทั้งเรื่องแนวคิด
เรื่องลูก เรื่องทางธรรม ที่ไม่ได้ธรรมะจ๋า ธรรมะที่เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันได้
ออยเป็นแม่บ้านของลูกเด็กแนว 2 คน และเป็นนักกิจกรรมให้โรงเรียนทอสี
ออยเล่าอะไรสนุกมากมายทั้งวัน จนเอามาถ่ายทอดไม่ไหว
เมื่อมีครูใหญ่มาแจมด้วย ก็กลายเป็นคุยภาษาเดียวกันไปหมด

พอบ่ายแก่ ๆ คุยกันสาแก่ใจแล้ว เราต่างก็แยกย้ายกันปักผ้า
ใต้ต้นไม้ในหน้าร้อน ใต้ร่มเงาของออกซิเจน ฟังเสียงนก เสียงใบไม้
เสียงลมพูดได้ อีกครั้งที่รู้สึกได้กลับบ้าน บ้านจริงๆ ที่อยู่ข้างใน
ตัวจริงข้างใน ที่เราไม่ได้ชอบการสื่อสารกับโลกภายนอกมากนัก
การพูดมามาก การฟังมาก ๆ ด้วยหน้าที่การงานพาไป
ทั้งที่ไม่ใช่ข้างในจริง ๆ ของเรา บางทีเราก็ไม่รู้หรอกว่าเราเหนื่อย
พอมาอยู่ในจังหวะที่พิเศษ บรรยากาศสงบงาม ทำงานที่รัก
ผู้คนจิตใจดี โดยที่ไม่ต้องสื่อสาร ก็ทำให้รู้สึก สงบเย็นอย่างล้ำลึก

: ขอบคุณพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ / สามเสน 28

Monday, 26 January 2015

Basic Royal Thai Floral Art/Day 4 (30Nov.14)






Basic Royal Thai Floral Art/Day 4 (30Nov.14)
บทเรียนวันที่ 4 ตาข่ายเครื่องแขวน
ขอให้มีเข็มกับด้าย แล้วองค์จะประทับทรงเข้าร่า
แม้จะไม่มีการเย็บปักใด ๆ ใช้ร้อย เกี่ยวกระตุกผูกเงื่อนเป็นหลัก
ก็ยังถือเป็นทางอ้อม ๆ ให้ดิฉันดำเนินอย่างมีความสุขเงียบ ๆ
ที่แท้แล้วไม่เงียบ ครูเปิดเพลงแขกเบา ๆ ลอย ๆ เศร้า ๆ ให้ฟัง
ช่างเป็นปัจจุบันขณะที่สมบูรณ์แบบ แบบนี้ เฉพาะตอนนี้เท่านั้น
วินาทีอื่นก็หาแบบนี้ไม่ได้ ที่องค์รวมทั้งหมดจะมาชุมนุมพร้อมกันแบบนี้
นี่แหละ ที่ครูพยายามสอดแทรกเรื่องปัจจุบันขณะผ่านงานดอกไม้
ฟังแรก ๆ อาจจะดูสวย ๆ ผ่าน ๆ แต่ฟังไปนาน ๆ เรื่อย ๆ ก็เริ่มพนักหน้าว่า ใช่
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าทำไปเดี๋ยวดอกไม้ก็เหี่ยว แต่ก็ยังทำ นั่งประดิดประดอยอยู่กับมัน
เพื่อเสพเพียงปัจจุบันขณะ เมื่อบรรลุถึงปัจจุบันขณะได้จริง ๆ
ทุกสิ่งก็เบา ไร้กาลเวลา

กราบขอบพระคุณครูใหญ่ คุณสกุล อินทกุล ผู้แสนประเสริฐในทุก ๆ ด้านของดิฉัน

Basic Royal Thai Floral Art/Day 3 (29Nov.14)









Basic Royal Thai Floral Art/Day 3 (29Nov.14)
บทเรียนวันที่ 3 พานพุ่ม และบายศรีปากชาม
วันนี้เป็นวันอัปยสของดิฉันค่ะ...เสียใจที่ทำให้ตัวเองและครูใหญ่ผิดหวัง
พานพุ่มก็ว่าแย่แล้ว มาเจอบายศรียิ่งหมดอนาคต
ครูใหญ่บอกว่า วันนี้ไม่ใช่วันของคุณ คุณมันเป็นพวก ข่าว 2 มิติ
คือทำงาน 2 มิติได้ดี พอมาเจองาน 3 มิติแล้วแป้ก...ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ซึ่งมันคือความจริง เพราะตัวเองก็ถนัดทำงานแบน ๆ หน้าเดียว
พอต้องประกอบร่างสร้างอะไรขึ้นมาเป็นชิ้นเป็นแล้วก็มัก ง่อย เสมอมา
วันนี้บอกเลยว่าเรียนไปด้วยความเครียด อ่อนเพลีย หมดหวัง unhappy

สิ่งหนึ่งที่พอจะบอกได้ว่า เราจะทำงานนั้นออกมาได้ดีหรือเปล่า
คือ passion ที่อยากจะทำ มันไม่มีความตื่นเต้น ตื่นตัว
เหมือนตอนเห็นงาน นพรัตน์ดารา หรืองานเย็บแบบ ที่ตื่นเต้นมาก
ทำเสร็จก็คิดต่อยอดไปถึงอะไรหลายอย่าง มีความสุขที่จะทำ

แถมวันนี้ก็ถกเถียงกับครูใหญ่เรื่องการมีแพทเทิร์นในงานบายศรี
ครูใหญ่ใช้ความรู้สึก สัญชาตญาณ...แต่ดิฉันถามหาแพทเทิร์น
มีแพทเทิร์นแล้วจะรู้สึกปลอดภัย ครูบอกว่าให้หลุดจากแพทเทิร์นเสีย

ยิ่งมาเจอมาคุณเรน่าจัง ที่ชีลุยทำงานด้วยความปล่อยวาง ทำเสร็จเร็วเสมอ
ครูบอกนางว่า งานนางไม่ balance นางบอกว่า unbalance is balance
ความไม่สมดุลนี่แหละ คือสมดุล
ซึ่งนางก็มีบุคลิกแบบนั้นจริง ๆ ปล่อยวางสบาย ๆ แล้วสุดท้ายมันจะออกมาดีเอง

ขอบคุณครูใหญ่ที่ไม่ได้ละเลย บอกให้ดิฉันหาเวลากลับไปซ่อม ทำใหม่
ซึ่งถ้าเป็นดิฉันก็คงบอกนักเรียนคนนั้นว่า หล่อนทำไม่ได้ก็ช่างหัวหล่อ

....
ขอบคุณ บทเรียนสุดท้ายของวัน ที่ได้ถกกับครูเรื่องปัจจุบันขณะ
นิพพาน และการส่งพลัง แรงบันดาลใจในชีวิต
ทำให้ unhappy ของวัน กลับมา happy กับปัจจุบันขณะได้อีกครั้ง
ขอบคุณหลาย ๆ คำพูดดี ๆ ของครูใหญ่ ที่เดี๋ยวคงจะได้กล่าวถึงอีกที
ขอบคุณ white wine และก๋วยเตี๋ยวปลาแสนอร่อย
ขอบคุณอีกมื้อที่ครูใหญ่เลี้ยงค่ะ

Basic Royal Thai Floral Art/Day 2 (28Nov.14)







บทเรียนวันที่ 2 คือการเย็บแบบ และร้อยมาลัยเบื้องต้น
เย็บแบบคืออะไรคะ คือการผนึกใบตองเป็นโครงสร้าง
แล้วเอากลีบดอกไม้ต่าง ๆ เย็บลงไป ที่แล้วแต่จะคิดสร้างสรรค์
แบบวันนี้ เป็นการตัดครึ่งหนึ่งของกลีบดอกรัก มาวางเย็บรอบ ๆ เป็นวงนอก
แล้วเอากลีบเลี้ยงของดอกรัก ฉีกทีละกลีบมาเย็บปูเป็นวงในจนเต็ม
ติดดอกบานไม่รู้โรยไว้ตรงกลาง...ชีวิตสาวไทยสมัยโบราณไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ขอโทษที่มันเข้าทางดิฉัน ขอให้ได้เจอเข็มกับด้าย
และดิฉันก็ไม่กลัวความช้าอย่างน่าใจหาย ในสายตาของคนรีบเร่ง
ค่อย ๆ วาง ค่อยๆ เลือกกลีบ ค่อย ๆ เย็บ
เพลงก็เพราะ บรรยกาศก็ดี อยากจะหายใจช้า ๆ จนถึงไม่อยากจะหายใจ
โลกจะได้หยุดหมุน แต่ก็ขอบคุณที่โลกเหวี่ยงให้มาพลัดหลงอยู่ที่นี่

ภูมิใจนิดหน่อยที่ครูใหญ่หยิบของดิฉันให้คนอื่นดูแล้วบอกว่า ตัวอย่างที่ถูกต้อง
แล้วก็บอกว่า ก็ชีเป็นครูสอนปักผ้า
คือถ้าทำได้ห่วยคงถูกประนามแหลกเหลวเป็นแน่

เย็บแบบนี้ มีเอาไว้สำหรับปิดโป๊
เวลาต้องการซ่อนเร้นอะไรตรงไหนบางอย่าง

ช่วงบ่ายเป็นการร้อยมาลัย แล้วพาไปเดินปากคลองตลาด
จบอีกวันของโลกในความฝัน ที่เป็นความจริง

: ขอบคุณคุณครูใหญ่ คุณสกุล อินทกุล อีกวันค่ะ
ไม่อยากจะเขียนอะไรซึ้ง ๆ แระ
เขียนไปเมื่อวาน นางบอกว่า นางอยากจะร้องไห้

Basic Royal Thai Floral Art/Day 1(27Nov.14)







Basic Royal Thai Floral Art/Day 1(27Nov.14)
วันที่ไปเป็นเพื่อนคุณสกุลซื้อของที่สำเพ็ง เพื่อเตรียม workshop
คุณเขาก็ถามดิฉันว่าจะเรียนไหม จะให้เป็นนักเรียนทุน
ดิฉันก็อิดเอื้อนบอกว่า ไม่เอาหรอก ขอจ่ายเงิน
พอคุณเขาบอกว่า 26,000 นะคุณจะจ่ายไหมล่ะ
ดิฉันก็เงียบกริ๊บ...คุณเขาว่ามันเป็นประโยชน์กับดิฉันควรจะเรียนนะ
จากนี้ไปก็คงต้องถวายตัว ตกเป็นทาสชีวิตไปจนนิรันดร์เสียแล้วค่ะครูใหญ่

ไม่แปลกใจเลย ที่คุณสกุลจะเป็นที่รักของผู้คน
และเป็นที่รักในเชิงรุกเสียด้วย ให้ก่อนเสมอ
เป็นที่นิยมชมชอบไม่เฉพาะคนที่รู้จักมักคุ้น แม้แต่คนที่ไม่รู้จักมาก่อน
อย่างตอนที่ไปเดินสำเพ็ง เข้าออกร้านไหนก็ไปเล่นมุก
หยอกเอินกับแม่ค้าพ่อค้า ทุกร้านก็รับมุกสนุกสนานกับนางไป
ขอเรียกว่า สาลิกาลิ้นทองตัวจริง ช่างเป็นผู้รู้ตื่นและเบิกบานโดยแท้
แถมนางก็มีจิตวิทยาสูงในการมองผู้คน มองปร๊าดเดียวก็เดาที่ไปที่มาถูก

ก็ให้รู้สึกมีบุญวาสนานักที่ได้มารู้จักคลุกคลีใกล้ชิดกับคนแบบนี้
แบบยังไม่ต้องคิดว่า นี่มัน Artist ระดับ world class เชียวนะ
กราบขอบพระคุณที่คุณเขา เอ็นดู เมตตาข้าพเจ้า และเป็นอีกหนึ่งเจ๊ดันในชีวิต

คลาสนี้จะมี 4 วัน วันแรกก็เริ่ม warm up กันง่าย ๆ
ช่วงเช้า จิบชาบัว ทัวร์พิพิพธภัณฑ์ แล้วก็มาพับดอกบัว 6 แบบ
พับสวยหรือเปล่าไม่รู้ (สวยนะ) แต่รู้สึกว่าตัวเองสวยมาก
ที่ได้นุ่งซิ่น พับเพียบ ฟังเพลงไทยเดิม พับดอกบัวอยู่ในศาลากับคนนานาชาติ
มันเป็นเรื่องแฟนตาซีในชีวิตที่อยากทำ แล้วโอกาสนั้นก็มาถึง
รู้สึกว่า เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ...คือหน้าตารองรับมานานแล้ว ... ฟินค่ะ

ตกบ่ายก็ทำชิ้นนพรัตน์ดารา
คือการแกะกลีบดอกบานไม่รู้โรยทีละกลีบ
มาติดลงไปในฟอร์มรูปดาว (โอ้วมายก๊อด) แล้วติดเพชร

ตอนแรกก็ว่า จะเสร็จไหม แต่ปรากฏว่า ทุกคนทำได้ ทำเสร็จ
สันนิฐานว่า ทุกคนที่มาลงคลาสก็ล้วนแต่มีใจรักทั้งสิ้น

พอข้าพเจ้าเริ่มติดกาวไปทีละกลีบ...ก็นึกว่า นี่มันไม่ต่างอะไรกับการปักผ้า
ที่เราปักไปทีละฝีเข็ม..แถมอันนี้ยังเร็วกว่าเยอะ
หวังจะช่วงชิงที่ 1 เสร็จก่อน ทำสวย ให้เป็นที่รักของครู
แต่แล้วก็ต้องพ่ายให้สาวฝรั่งเศสไปอย่างไม่น่าเชื่อ
หึ...สาวฝรั่งเศส ร้อนแรงไปซะหมดทุกอย่าง แม้แต่งานฝีมือ...หึ